วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การใช้ความรุนแรงนั้นจึงเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของระบอบทักษิณ(3)

เมื่อคนดีถูกกระทำด้วยความรุนแรงจากคนชั่วไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน  ถ้าคนดีใช้ยุทธวิธีไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรงเท่าไหร่ คนชั่วยิ่งชั่วข้างเดียวชัดเท่านั้นๆ จึงแพ้ทั้งทางกฎหมาย กฎสังคมและกฎแห่งกรรมไปข้างเดียว จึงสะสมความทุกข์ความทรมานความเสื่อมความพินาศอันเกิดจากความชั่วของตนเองไปข้างเดียว นี้คือ ฤทธิ์แห่งแสนยานุภาพของพลังสงบ สันติ อหิงสา ที่สะท้อนเอาความชั่วร้ายของคนชั่วกลับไปทำลายคนชั่วอย่างรุนแรงที่สุด โดยที่คนดีเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่มีความเสียหาย มหาตมคานธีจึงกล่าวว่า การต่อสู้ที่ส่งผลร้ายรุนแรงที่สุดต่อศัตรูคือการต่อสู้ที่ไม่ใช้ความรุนแรงต่อศัตรู ซึ่งทำให้มหาตมคานธีนำอินเดียชนะมหาอำนาจอังกฤษมาแล้ว
การใช้ความรุนแรงนั้นจึงเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของระบอบทักษิณ เป็นแผนการของระบอบทักษิณที่หมดประตูหมดหนทางในการเอาชนะมวลมหาประชาชนได้แล้ว เพราะอำนาจของตนเองก็หมดลงไปทุกวันๆ ความผิดทางกฎหมาย กฎสังคม และกฎแห่งกรรมก็เล่นงานตนเองและพรรคพวกมากขึ้นทุกวันทุกวัน ดังนั้นวิธีเดียวที่ระบอบทักษิณจะชนะได้ตามปัญญาบาปของเขา ต้องหลอกใช้ข้าราชการหรือชาวบ้านที่หลงช่วยเขา ให้โกหกยั่วยุหรือใช้ความรุนแรงทุกวิธีเพื่อให้ประชาชนมีความโกรธโมโหให้มากจนขาดสติหลงกลลวงใช้ความรุนแรงตอบโต้ จะได้ตั้งข้อหาผู้ก่อการร้าย/กบฏเพื่อให้เขาสามารถใช้อาวุธที่มีมากมายมหาศาลเต็มคลังแสงทำร้ายทำลายกวาดล้างประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพี่อเอาชนะประชาชน  จึงดำเนินการสั่งคนของเขาที่แฝงอยู่ในคราบตำรวจชั่วบางคนให้ยั่วยุและใช้ความรุนแรงกับประชาชน รวมทั้งสื่อสารให้ข้อมูลด้านไม่ดีของกลุ่มประชาชนคนดีหรือองค์กรที่ดีกับตำรวจเพื่อให้ตำรวจโกรธเกลียดประชาชนหรือองค์กรดังกล่าว และให้ประชาชนโกรธเกลียดตำรวจหรือข้าราชการอื่นๆ โดยต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดเหมาเข่งรวมว่าฝ่ายตำรวจหรือฝ่ายประชาชนเป็นคนไม่ดีไปทั้งหมด เพราะถูกปลุกปั่นโดยไม่รู้ความจริงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า โลกนี้พร่องอยู่เป็นนิจ ทุกองค์กรทุกกลุ่มทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระข้าราชการหรือประชาชนที่ค่ารวมเป็นคนดีแต่ก็จะไม่มีคนดีทั้งหมดหรอก จะมีไม่ดีปนอยู่บ้างเป็นธรรมดา โดยเฉพาะในประเทศไทยขณะนี้คนที่ไม่ดีนั้นมีเพียงส่วนน้อยบางส่วนเท่านั้นที่มักมีตำแหน่งใหญ่โต ซึ่งต้องดำเนินการแก้ไขด้วยกฎหมาย กฎสังคมและกฎแห่งกรรมต่อไป ซึ่งความจริงแล้วตำรวจทหารข้าราชการส่วนใหญ่นั้นเป็นคนดีที่คอยช่วยเหลือประชาชนอยู่ และระบอบทักษิณจะส่งคนของเขามาแทรกแฝงในฝูงชนเพื่อยั่วยุและหาโอกาสสร้างสถานการณ์ให้ใช้ความรุนแรงให้โกรธเกลียดตำรวจทหารข้าราชการและองค์กรอิสระต่างๆ เมื่อประชาชนหลงกลลวงของระบอบทักษิณก็จะใช้ความรุนแรงตอบโต้ตำรวจที่ถูกหลอกจากระบอบทักษิณด้วยอามิสสินจ้างรางวัลหรือข้อมูลที่ผิดรวมทั้งตำรวจดีที่ถูกสั่งการบังคับมา ซึ่งระบอบทักษิณไม่ได้เสียดายชีวิตของตำรวจหรือประชาชนที่ถูกปั่นหัวหรือถูกสั่งการบังคับมาเหล่านั้นเลย ตำรวจและประชาชนก็จะตกเป็นเครื่องมือของระบอบทักษิณที่ปลุกปั่นให้โกรธเกลียดทุบตียิงเผาเข่นฆ่าทำร้ายกันจนบาดเจ็บล้มตาย ก็จะเข้าทางระบอบทักษิณ ที่ต้องการใช้อาวุธร้ายแรงปราบปรามประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาจะตั้งข้อหาว่าประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย/กบฏแล้วกวาดให้เรียบเลย ทำให้ระบอบทักษิณสามารถใช้อำนาจเผด็จการเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงปกครองประเทศไทยต่อไป ประชาชน ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ รวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆ ก็จะคั่งแค้นทำร้ายกันและกันกลับไปกลับมาต่อเนื่องยาวนาน ไม่มีชีวิตใดปลอดภัย ไม่มีชีวิตใดทำอาชีพการงานได้เต็มที่ เพราะต้องคอยระวังภัยจากการเข่นฆ่าทำร้ายกัน นอกจากจะต้องลำบากทุกข์ทรมานกังวลใจกับความไม่ปลอดภัยตลอดเวลาแล้ว ยังต้องมีปัญหาลำบากกับการไม่พออยู่ไม่พอกินเพราะไม่สามารถทำการงานได้เต็มที่ ทุนรอนและพลังการต่อสู้ก็จะน้อยลง อ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ถึงตอนนั้นอำนาจของระบอบทักษิณจะมีมากมายมหาศาล ยากที่ประชาชนหรือข้าราชการที่ดีทุกหมู่เหล่ารวมทั้งองค์การอิสระจะต่อต้านได้ แต่ถ้าทุกฝ่ายรู้เท่าทันแล้วเป็นมิตรกันทุกฝ่ายก็จะปลอดภัยและมีความอยู่เย็นเป็นสุข ส่วนระบอบชั่วร้ายก็จะพ่ายแพ้ไป  

ชัยชนะของมวลมหาประชาชนคนดีอยู่ที่การรู้เท่าทันไม่โง่ไม่หลงกลลวงของระบอบทักษิณ ระบอบทักษิณก็จะพ่ายแพ้พินาศไปอย่างราบคาบ(เมื่อเขารับวิบากกรรมจนทุกข์เกินทนก็จะกลับใจเป็นคนดีไม่ชาติใดก็ชาติหนึ่ง) เมื่อประชาชนรู้เท่าทันระบอบทักษิณ แล้วใช้ยุทธวิธีคือ ชุมนุมต่อเนื่องด้วยความสงบหรือหลบเลี่ยงอันตรายที่ระบอบทักษิณทำ โดยไม่ใช้ความรุนแรงใดตอบโต้ ดำเนินการติหรือข่มในสิ่งที่ควรติควรข่ม ยกย่องในสิ่งที่ควรยกย่อง ลดละโกรธและกาม ขยันบำเพ็ญกุศล ปฏิบัติศีลให้ยิ่งขึ้นเท่าที่จะทำได้ ทำด้วยพลังมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี คือทำควบคู่กับมาตรการทางสังคม กฎหมาย และกฎแห่งกรรม ด้วยความกล้าหาญ อดทน เสียสละ ศรัทธา ปัญญา สันติ อหิงสา อโหสิ เมตตา อุเบกขา สูงสุด มวลมหาประชาชนทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อเหน็ดเหนื่อยหรือมีธุระก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เมื่อมวลมหาประชาชนต่อสู้ด้วยความสงบ สันติ อหิงสา ระบอบทักษิณก็ไม่มีเหตุผลในการใช้อาวุธ จึงไม่สามารถใช้อาวุธกวาดล้างประชาชนได้ ถ้าเขาใช้ความรุนแรงเขาก็จะเปิดเผยความชั่วของตัวเองแต่ฝ่ายเดียว คนก็ยิ่งรังเกียจ ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน เขาก็จะยิ่งเสียหายแต่ฝ่ายเดียว ในระหว่างนั้น เขาจะถูกมวลมหาประชาชนโจมตีด้วยการเปิดเผยข้อมูลความชั่วของระบอบทักษิณทุกสื่อ ใช้มาตรการทางสังคม กฎหมาย การจัดตั้งรัฐบาลและสภาของประชาชน รวมทั้งกฎแห่งกรรมก็จะไล่ล่าโจมตีเขาเองด้วยวิบากกรรมของเขาเอง จนพ่ายแพ้พินาศไปในที่สุด วันนั้นเขาจะสำนึกได้(เห็นทุกข์จึงเห็นธรรม) กลับใจตั้งจิตทำดีส่งผลให้เขามุ่งมั่นทำดีทำประโยชน์ให้กับโลกจนบรรลุธรรมในที่สุด หลังจากที่รับวิบากกรรมทุกข์มานอย่างแสนสาหัสอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่า วิธีการนี้สามารถทำลายความชั่วได้ในจิตวิญาณของคนชั่วได้เด็ดขาดแล้วกลับกลายเกิดเป็นจิตวิญญาณที่ดีงามสร้างประโยชน์สุขให้กับตนเองและผองชนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น